กล้วยหินยะลา

ใครที่เป็นชาวใต้ โดยเฉพาะ 3 จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส หรือเคยเดินทางไปท่องเที่ยวจะต้องรู้จักและเคยลิ้มรสชาติ “กล้วยหิน” แปรรูปเป็น กล้วยหินฉาบสมุนไพร กล้วยหินฉาบนํ้าเชื่อม บรรจุถุงขาย รสชาติกรอบมันหวานอร่อยมาก จัดเป็นสินค้าแปรรูปพื้นเมืองขึ้นชื่อของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้รับความนิยมจากผู้รับประทานอย่างแพร่หลาย

หยวก ของ “กล้วยหิน” นำไปปรุงอาหารแกงเนื้อแกงไก่และแกงหมู หรือต้มลวกจิ้มนํ้าพริกแทนผักได้ หัวปลี ปรุงเป็นยำหัวปลีแต่งรสชาติตามชอบ รับประทานอร่อยไม่แพ้ยำหัวปลีที่ปรุงจากหัวปลีกล้วยนํ้าว้าแม้แต่น้อย เนื้อสุกของ “กล้วยหิน” รสชาติหวานหอมเหนียวไม่เละอร่อยมาก เนื้อสุกดังกล่าวยังนิยมนำไปเป็นอาหารเลี้ยงนกปรอดกับนกกรงหัวจุกทำให้นกมีอารมณ์ดีแข็งแรง และมีขนเป็นมันสวยงามอีกด้วย

กล้วยหิน พบครั้งแรกประมาณปี พ.ศ.2488 ที่ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยจะพบขึ้นทั่วไปตามธรรมชาติที่เป็นบริเวณหินกรวด ริมฝั่งแม่นํ้าปัตตานี ซึ่งกล้วยสายพันธุ์อื่นไม่สามารถจะขึ้นในพื้นที่แบบดังกล่าวได้ จึงถูกเรียกชื่อว่า “กล้วยหิน” เรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน ลักษณะทางพฤกษศาสตร์คล้ายกล้วยนํ้าว้า ลำต้นเทียมใหญ่ กาบลำต้นด้านนอกสีเขียวนวล ก้านใบค่อนข้าง สั้น ร่องใบเปิด ปลี รูปค่อนข้างป้อมและสั้นดูคล้ายดอกบัวตูม ด้านนอกสีม่วงแดง ด้านในสีแดง กาบปลีไม่ม้วนงอ 1 เครือจะมีหวี 7-10 หวี หนึ่งหวีมีผล 15-20 ผล รูปทรงของผลเป็นรูปห้าเหลี่ยม เปลือกค่อนข้างหนาทำให้สามารถเก็บได้นานกว่ากล้วยนํ้าว้าประมาณ 1 อาทิตย์ เนื้อสุกเป็นสีเหลืองเหนียวไม่เละ แม้สุกงอมรสชาติหวานหอมอร่อยตามที่กล่าวข้างต้น ไม่มีเมล็ด ขยายพันธุ์ด้วยหน่อ ถือเป็นกล้วยดีกล้วยเด่นของ 3 จังหวัดภาคใต้ มาช้านานแล้ว

ที่มา ::  http://www.thairath.co.th/content/340452

 

บทความที่เกี่ยวข้อง