ทำนากบ-ขายลูกอ๊อด

ชาวนาพลิกวิกฤติแล้ง! หันทำนากบ-ขายลูกอ๊อด ซึ่งมองว่าเป็นที่ต้องการของตลาด หายาก ราคาสูง ส่งขายตลาดทั่วอีสาน โกยเดือนละแสน ระบุ อาชีพต้นทุนต่ำ กำไรงาม เงินสะพัดปีละหลาย 10 ล้าน…

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดนครพนม ในช่วงระหว่างเดือน ก.พ.- พ.ค.ของทุกปี แม้หลายพื้นที่จะประสบปัญหาจากภาวะภัยแล้ง ไม่สามารถทำการเกษตรนาปรัง หรือปลูกพืชการเกษตรหน้าแล้งได้ แต่ชาวบ้านหนองแต้ และชาวบ้านนาขาม ต.นาขาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม พลิกวิกฤติเป็นโอกาสนำอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน ทำนากบ มาสร้างรายได้หน้าแล้ง ด้วยการปรับพื้นที่นา นำตาข่ายเขียวมาขึงเป็นคอกเลี้ยงกบ ขายลูกอ๊อด เนื่องจากมองว่า ลูกอ๊อด เป็นที่ต้องการของตลาดสูงและหายาก โดยได้เริ่มจากการเลี้ยงตามภูมิปัญญาชาวบ้านลองผิดลองถูกมานานหลายปี จนกระทั่งเกิดความชำนาญ กลายเป็นอาชีพที่มีผลผลิตสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี จนทำให้หมู่บ้านเหล่านี้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า หมู่บ้านเลี้ยงกบ ซึ่งถือได้ว่า เป็นแห่งเดียวของนครพนม ซึ่งในแต่ละปีจะมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเดินทางมารับซื้อลูกอ๊อด ช่วงหน้าแล้ง ไปส่งขายออกสู่ตลาดทั่วภาคอีสาน ปีละหลาย 10 ตัน สร้างเงินหมุนเวียนสะพัดปีละกว่า 10 ล้านบาท

นายสมชัย วงษ์สุข อายุ 56 ปี เกษตรกรชาวบ้านหนองแต้ ต.นาขาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม ซึ่งถือเป็นเกษตรกรตัวอย่างที่นำร่องบุกเบิกทำอาชีพนากบมานานกว่า 10 ปี เล่าว่า เดิมชาวบ้านหนองแต่ ทำไร่ทำนา พอหมดฤดูนาปี ถึงหน้าแล้งส่วนใหญ่จะไปทำงานรับจ้างต่างจังหวัด หารายได้เสริม ตนเกิดความคิดหาวิธีเลี้ยงกบขาย เพราะมองว่ากบน่าจะหายากในช่วงหน้าแล้ง บวกกับลูกอ๊อด เป็นที่ต้องการของตลาดสูง หาตามธรรมชาติยาก จึงนำมาทดลองเลี้ยงแบบลองผิดลองถูก ใช้เวลา 2 -3 ปี จึงประสบความสำเร็จ สามารถขายได้ทั้งลูกอ๊อด รวมถึงกบที่โตแล้ว และมีตลาดรองรับตลอด จึงแนะนำส่งเสริมชาวบ้านเลี้ยงมาต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันในหมู่บ้านมีคนยึดอาชีพนากบเกือบทั้งหมู่บ้านกว่า 100 ครอบครัว

ทั้งนี้ ลูกอ๊อดจะขายต้นฤดูราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 -250 บาท กลางฤดูจะลดลง ประมาณกิโลกรัมละ 150 -200 บาท นอกจากนี้ยังได้แยกลูกอ๊อดบางส่วนไปเลี้ยงในบ่อพัก เพื่อขายเป็นกบตัวโตตามขนาดมีตั้งแต่กิโลกรัมละ 150 – 200 บาท ยิ่งช่วงหน้าหนาว กบธรรมชาติขาดตลาด ยิ่งได้ราคาดี ประมาณกิโลกรัมละ 250 บาท โดยจะเลี้ยงขายแบบครบวงจรตลอดปี ตั้งแต่ลูกอ๊อดไปถึงพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ รวมถึงกบรุ่นกลาง เพื่อส่งขายตามท้องตลาดทั่วไป การดูแลถือว่าดูแลง่ายต้นทุนต่ำ เพียงหมั่นตรวจสอบดูแล ให้อาคารตามเวลา ก็สามารถทำเงินได้แล้ว ถือว่าเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ดี ใช้น้ำน้อย มีกำไรสูงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ สามารถทำเงินได้เดือนละเป็นแสน จนถึงหลักล้าน ขึ้นอยู่กับปริมาณเลี้ยง

ที่มา :: http://www.thairath.co.th/content/623964

บทความที่เกี่ยวข้อง