มะละกอเรดเลดี้ หาดใหญ่ ตรัง นครศรีฯ

สำหรับมะละกอพันธ์นี้ถือได้ว่าเป็นที่นิยมมาก ในภาคใต้ และต้องยอมรับได้ว่าใน ขณะนี้ ราคาเมล็ดพันธ์ และ ต้นกล้าราคาค่อนข้างสูง เพราะความนิยมในตลาด ทำให้บางครั้งต้นกล้าไม่ทันส่ง   จากประสบการณ์ มะละกอพันธ์นี้ เป็นที่ต้องการในพื้นที่ภาคใต้เท่านั้น แต่ไม่ใช่ ในภาาคกลางเริ่มมีความต้องการ เดิมสายพันธ์นี้มาจากเชียงใหม่ เมื่อภาคใต้นำมาปลูก ทำให้มีความนิยมกันอย่างแพร่หลาย  เช่น หาดใหญ่ ตลาดส่งออกใต้  ตรัง พัทลุง  กระบี่ ก็เริ่มปลูก สุราษฎร์ธานี หรือแม้แต่นครศรีธรรมราช

สำหรับ พัทลุง สงขลา ( จะนะ รัตภูมิ นาหม่อม คลองหอยโข่ง บางกล่ำ ) ส่วนมากจะจัดส่ง อ.หาดใหญ่ ทั้งหมด จะมีแม่ค้ารับถึงที่  แต่ราคาอาจจะลดลง  ในช่วงมะละกอเรดเลดี้ ถูกสุด  กก.ละ 10 – 15 บาท สำหรับแพงสูง เกือบถึง 20 บาท ถามว่าราคานี้ชาวสวนสามารถรับได้

สำหรับตลาดภาคใต้ตอนบน ตรัง กระบี่ สุราษฎร์ธานี จะนำมาขายภูเก็ต สมุย เป็นต้น เพราะการตลาด โซนนี้จะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว หรือปลูกนำเข้าโรงงานในช่วงมะละกอล้นตลาด เพราะจะมีโรงงานรับแปรรูปจำนวนมาก

สาเหตุที่มะละกอพันธ์นี้ได้รับความนิยม เนื้อแดง หวาน กรอบ และเนื้อไม่เละ สำหรับ การปลูกถึงแม้ว่าปลูกด้วยเมล็ด หรือเพาะเนื้อเยื่อ ต้องดูแลอย่างดีด้วย ในปุ่ยดูแลอย่างเต็มที่ หากไม่ใส่ใจ ใส่ปุ๋ย รดน้ำเนื้อไม่แดง ไม่หวาน เหมือนกัน ดังนั้นชาวสวนต้องใส่ใจให้มาก

สำหรับราคามะละกอ ตลาดหาดใหญ่ (25-08-59)

ราคาตอนนี้ถือว่าสูงมาก ขายหน้าแผงส่ง กิโลละ 40 -50 บาท ส่วนขายปลีก วันก่อนสอบถามไป 60 – 70 บาท ราคาสูงมากจริงๆ เพราะสภาวะหน้าแล้ง ที่ผ่านมา ทำให้ได้น้อยมาก ๆ เพราะรอบติดดอก ออกผล เวลายาวนานมากคะ

สำหรับมะละกอเรดเลดี้ ตลาดหาดใหญ่ ( เดือนพฤศจิกายน 2559 )

ราคาช่วงนี้ถือว่าถูกมาก ๆขายส่งอยู่ ( 10 – 15 บาท ) ต่อกิโล ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เพราะว่ามะละกอผ่านภัยแล้งมากออกดอกพร้อมๆกัน และทำให้ ผลผลิตออกมาในรุ่นเดียวกัน

update 1.12.59

ขอบคุณบทความ จาก  https://www.facebook.com/redladypapaya.thailand

 

แนะนำสินค้าที่เกียวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง