SMEs ยุทธวิธี เศรษฐีใหม่: กรณีศึกษา โคนม 100 ล้าน

SMEs ยุทธวิธี เศรษฐีใหม่: กรณีศึกษา โคนม 100 ล้าน
เมื่อ : 2015-07-01

“…ทำอาชีพอะไร ก็ต้องใส่ใจ ต้องขยันหาความรู้” …เป็น “แนวคิด” ของ “พิพัฒน์ เหลืองอรัญนภา” เจ้าของธุรกิจฟาร์มโคนม “พิพัฒน์ กิจการเกษตร” อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ที่ระบุไว้ ซึ่งวันนี้ มีธุรกิจโคนม 100 ล้าน

fresian-cow_2640445(1)

เจ้าของฟาร์มโคนมอย่าง พิพัฒน์ ที่เปลี่ยนจากเกษตรกรไร่ข้าวโพด หันมาจับธุรกิจเลี้ยงโคนม เล่าว่า… เริ่มต้นด้วยการปลูกข้าวโพดฝักอ่อนแยกส่วนขาย คือขายฝักให้โรงงานอาหารกระป๋อง และขายเปลือกกับลำต้นให้ผู้เลี้ยงโคนมมาก่อน แต่ด้วยความชอบสังเกต จึงพบว่า… “ลูกโค-แม่โค” เป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนและทำเงินได้ในระยะยาว เพราะทันทีที่แม่โคคลอดลูก เกษตรกรก็จะได้โคเพิ่มขึ้น 1 ตัว ขณะที่น้ำนมเปรียบเสมือนรายได้ประจำวันที่เกิดขึ้น จากจุดนี้เอง ทำให้เขาเกิดความสนใจ อยากจะเลี้ยงโคนมบ้าง หลังปรึกษากับครอบครัว ที่สุดก็ตัดสินใจลงทุน โดยเริ่มจากโคนมแค่เพียง 2 ตัว ในปี 2535

แม้ช่วงเริ่มต้นจะเป็นมือใหม่ แต่ด้วยความใส่ใจ ขยันหาความรู้ ทำให้จับจุดธุรกิจนี้ได้ว่า… จะทำธุรกิจโคนมได้ดีต้องเลือกแม่พันธุ์โคที่สมบูรณ์แข็งแรง ควบคู่ไปกับการเลือกอาหารโคที่มีคุณภาพ เพื่อให้ได้ปริมาณและคุณภาพน้ำนมที่ดี ซึ่งเขาเลือกใช้อาหารโคจากซีพีเอฟ และต่อยอดสู่การเป็นตัวแทนจำหน่ายอาหารโคให้ซีพีเอฟ ทั้งนี้ เกี่ยวกับ “หลักบริหารธุรกิจ” นั้นเขาระบุว่า… นอกจากใส่ใจ หมั่นหาความรู้แล้ว “การมีคู่ค้าที่ดี” ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จจากหลักคิดนี้เอง ทำให้ “เอสเอ็มอี” รายนี้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นฟาร์มตัวอย่าง ที่มีเพื่อนเกษตรกรแวะเวียนมาดูงานไม่ขาดสาย…

“ผมจบแค่ชั้น ป.7 แต่ความรู้ของเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าคนจบปริญญา ผมเชื่อว่า… ทุกคนเรียนรู้ได้ ไม่สำคัญว่า… จะจบปริญญาสูงหรือไม่” …เป็นแนวคิดจากเจ้าของกรณีศึกษารายนี้ ที่เกษตรกร กับเอสเอ็มอีสาขาอื่น ๆ ก็น่านำไปปรับใช้

ทั้งนี้ จากประสบการณ์ทำ “ฟาร์มโคนม” จนต่อยอดเป็น “ธุรกิจการเกษตร” พิพัฒน์ มองว่า… ปัญหาของเกษตรกรเลี้ยงโคนม คือแม้จะมีศูนย์หรือสหกรณ์รับซื้อน้ำนมดิบไปทำโครงการนมโรงเรียน แต่ถึงช่วงปิดเทอม ปริมาณรับซื้อนี้ก็จะลดลง ขณะที่น้ำนมดิบยังมีทุกวัน จนทำให้เกษตรกรเดือดร้อน จึงมีแนวคิด “ตั้งศูนย์รับซื้อน้ำนม” ขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากซีพีเอฟ ที่เข้ามารับซื้อน้ำนมป้อนสู่โรงงานซีพี-เมจิ เพื่อช่วยเกษตรกรให้ขายน้ำนมได้ทั้งปี รวมถึงยังมี “โครงการพัฒนาต้นน้ำอุตสาหกรรมนม” เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพให้กับเพื่อนเกษตรกรรายอื่น ๆ อีกด้วย

“สังคมจะดี เราต้องช่วย ๆ กันทำให้ดีก่อน เกษตรกรโคนมอย่างพวกเราก็ต้องพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ เพื่อเพิ่มปริมาณและคุณภาพน้ำนม เมื่อน้ำนมดี ก็ขายได้ราคาดี เกษตรกรก็มีความสุข สุดท้ายประเทศชาติก็ได้ประโยชน์ ผู้บริโภคก็ปลอดภัย ที่ได้บริโภคสินค้าดีมีคุณภาพ” …เป็นแนวคิดของ “เกษตรกร ป.7” อย่างพิพัฒน์ …ที่ไม่ธรรมดา!!! ที่ “SMEs” สาขาอื่น ๆ ก็น่านำไปปรับใช้.

ที่มา : เดลินิวส์

ที่มา :: cpffeed

บทความที่เกี่ยวข้อง