เลี้ยงปลาดุก ด้วยหญ้าเนเปียร์

  นายอมร พุทธสัมมา ประมงจังหวัดนครปฐม ผู้ค้นคิดสูตรเลี้ยงปลาดุกด้วยหญ้าเนเปียร์ พันธุ์ปากช่อง 1 ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของโลก ซึ่งในขณะนี้ได้มีการจดทะเบียนลิขสิทธิ์กับกระทรวงพาณิชย์ไปแล้ว โดยเจ้าของสูตรไม่หวงห้ามสำหรับเกษตรกรประมงทุกคนสามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้โดยไม่ต้องมาขออนุญาต หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องขอให้มาชมที่ศูนย์การเรียนรู้การเลี้ยงปลาด้วยหญ้าเนเปียร์ บริเวณบ้านพักประมงจังหวัดนครปฐม ด้านตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

          อมร พุทธสัมมา จากเด็กจังหวัดตราดลูกของตำรวจที่ต่อสู้ในสมรภูมิกับฝรั่งเศสในสงครามเอเชียบูรพา ได้เห็นความทุกยากของเกษตรผู้ประกอบอาชีพประมงน้ำจืด ในช่วงที่ไปดำรงตำแหน่งประมงจังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่ามีการทิ้งร้างบ่อเลี้ยงปลาจำนวนนับพันไร่แล้วหันมาส่งปลาน้ำจืดจากจังหวัดนครปฐมไปจำหน่าย จึงมีแนวคิดว่าจะใช้บ่อเลี้ยงปลาบริเวณหนองนารี อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ มาทำการเลี้ยงปลาดุก ปลานิล กุ้ง ปลาตะเพียน โดยใช้หญ้าเนเปียร์พันธุ์ปากช่อง 1 ซึ่งเป็นคำแนะนำจากนักวิชาการของกรมปศุสัตว์ หญ้าชนิดนี้มีโปรตีนสูงมาก จากการทดลองพบว่าปลาดุกจะเป็นปลาที่มีความเจริญเติบสูงมาก ในขณะที่ปลานิล ปลาตะเพียน และกุ้งจะมีการเจริญเติบโตช้า เมื่อได้ผลการทดลองแล้วจึงมีการเผยแพร่ให้กับเกษตรกรประมงของจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ทดลองนำไปเลี้ยงปลา ปรากฏว่าบ่อน้ำที่เคยแห้งผากได้กลับกลายมาเป็นแหล่งน้ำที่ชุ่มฉ่ำอีกครั้งหนึ่ง เมื่อราวปี พ.ศ. 2556 ได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งประมงจังหวัดนครปฐม ได้นำหญ้าเนเปียร์พันธุ์ปากช่อง 1 มาปลูกที่บ้านพักประมงจังหวัดนครปฐม และพบว่าสูตรอาหารปลาที่ทำให้การเจริญเติบโตกับปลาดุกอย่างสูงสุดนั้น มีเกษตรกรประมงในจังหวัดนครปฐมได้ให้ความสนใจนวัตกรรมใหม่ โดยใช้หญ้าเนเปียร์ 10 ส่วน ผสมกับรำข้าว 6 ส่วน ปลาเล็กปลาน้อยอีก 1 ส่วน เมื่อนำมาบดให้เข้ากับหญ้าเนเปียร์จะมีโปรตีนสูงประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ รำข้าวมีโปรตีน 18 เปอร์เซ็นต์ โดยรำข้าวจะช่วยในการทำให้อาหารปลามีแรงยึดเกาะ ในส่วนของปลาเล็กปลาน้อยนอกจากมีโปรตีนเต็มร้อยแล้วยังมีกลิ่นหอม เป็นที่ชื่นชอบของปลาดุกอีกด้วย ความเจริญเติบโตของปลาดุกตามสูตรอาหารของ อมร พุทธสัมมา พบว่าด้วยระยะเวลาการเลี้ยงประมาณ 60 วัน ปลาดุกมีน้ำหนักประมาณ 300 กรัมเศษ หรือ 3 ตัวต่อ 1 กิโลกรัม ซึ่งจะตรงกับความต้องการของตลาดในเมืองไทย ในขณะเดียวกันตลาดต่างประเทศจะต้องการปลาดุกขนาดน้ำหนัก 250-750 กรัม และขนาด 900-1,200 กรัม ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้เลี้ยงเนื่องจากตลาดจะเป็นของเกษตรกร เพราะหากพ่อค้าหน่วงเหนี่ยวไม่ยอมรับซื้อ เกษตรกรก็จะไม่ขาดทุนเพราะจะมีตลาดรองรับ ประกอบกับการใช้อาหารตามสูตรหญ้าเนเปียร์จะมีต้นทุนต่ำมาก เกษตรกรไม่ต้องกังวลกับต้นทุนในการเลี้ยงที่เพิ่มขึ้น

          สำหรับหญ้าเนเปียร์จะไม่มีต้นทุนในการปลูกเลย เพราะสามารถขอพันธุ์จากทางราชการได้และนำไปปลูกบริเวณขอบบ่อเลี้ยงปลา ซึ่งอมร พุทธสัมมา ได้ให้คำแนะนำสำหรับเกษตรกรว่า จะต้องมีการต่อท่อสปริงเกอร์รอบบ่อห่างกันจุดละ 6 เมตร จากนั้นสูบน้ำในบ่อขึ้นมารดหญ้าที่ปากบ่อ สารอาหารที่เหลือจากการเลี้ยงปลาจะถูกนำขึ้นมาเป็นอาหารของหญ้า นอกจากนั้นเกษตรกรจะต้องทำระดับน้ำไว้ในบ่อ หากมีการนำน้ำขึ้นมารดหญ้า 20 เซนติเมตร จะต้องปล่อยน้ำทดแทนลงไปในระดับเดิม จะทำให้เป็นการเพิ่มออกซิเจนในน้ำทำให้ปลาดุกไม่น็อกน้ำ เนื่องจากในแต่ละวันจะต้องให้อาหารปลาในเวลา 08.00 น. และ 16.00 น. 2 รอบ โดยจะต้องให้อาหารอย่างเพียงพอเพราะปลาดุกเป็นปลาที่กินเนื้อ ดังนั้นจะต้องให้อาหารบริเวณรอบบ่อด้วยปลาดุกจะขึ้นมากินอาหารบนทางลาดของรอบบ่อหมด เป็นสัญญาณให้ผู้เลี้ยงปลาทราบว่าจะต้องเพิ่มเติมอาหารลงไปมากน้อยแค่ไหน ในขณะนี้มีเกษตรกรจากจังหวัดตาก มุกดาหาร เพชรบูรณ์ นครศรีธรรมราช และในพื้นที่จังหวัดนครปฐม

ได้ให้ความสนใจเดินทางมาดูงานและพร้อมที่นำไปไปเป็นแบบอย่างในการเลี้ยงปลาดุกด้วยหญ้าเนเปียร์ ในขณะเดียวกันมีภาคเอกชนโดยเฉพาะบริษัทซีพี จำกัดมหาชน ได้มาชมและจะได้นำเอาไปใช้ตามมูลนิธิชัยพัฒนา ที่บริษัทรับผิดชอบอยู่ ในขณะเดียวกันมีหน่วยงานราชการทั้งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประมงได้มาเยี่ยมชม แต่ที่สำคัญในส่วนของตลาดปลาดุกในขณะนี้ไม่ว่าจะเลี้ยงปลากด้วยภูมิภาคใด ตลาดก็จะมีความต้องการทั้งในและต่างประเทศ เป็นตลาดที่เปิดกว้างที่ผู้บริโภคอาหารปลายอมรับได้ เนื่องจากปลาดุกที่เลี้ยงด้วยหญ้าเนเปียร์จะมีความคาวน้อย มีรสชาติดี มีความอร่อยสูง ในส่วนของจังหวัดนครปฐมซึ่งจะเป็นจุดกำเนิดของอาหารสูตรพิสดารจำนวน 3 สูตรใช้หญ้าเนเปียร์เป็นหลักผสมกับรำข้าวเกษตรกรบางคนจะนำเอาเนื้อหมูมาผสมบางสูตรใช้เนื้อปลา บางส่วนใช้อาหารปลาดุกเล็กผสมแต่ทั้ง 3 สูตรจะมีราคาไม่เกิน 3 บาทต่อกิโลกรัมและพบว่าจากการใช้เนื้อแลกเนื้อจะอยู่ในอัตราส่วน 60: 20 ซึ่งความคลาดเคลื่อนนี้ อมร พุทธสัมมา ประมงจังหวัดนครปฐม ให้ความมั่นใจว่า การเลี้ยงปลาด้วยหญ้าเนเปียร์จะทำให้เกษตรกรรวยอย่างแน่นอน แต่ขอย้ำว่าไม่ให้บริษัทนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างเด็ดขาด และต้องการให้เกษตรกรกินดีอยู่ดี

ที่มา  http://www.prdnakhonpathom.com/news/2303

บทความที่เกี่ยวข้อง